แหล่งสะสมเชื้อโรคที่อยู่ใกล้เรามากที่สุดในห้องน้ำมันก็คือผ้าเช็ดตัวนั้นเอง

          เชื่อว่าหลายคนเวลาที่อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วมีการเช็ดตัวใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้วผ้าเช็ดตัวที่มีการเช็ดตัวเราจนเปียกชุ่มน้ำแล้วคนส่วนใหญ่มักจะนำไปตากในห้องน้ำไม่ค่อยมีใครที่จะนำว่าจะตัว

ที่มีความชื้นออกไปตากแดดข้างนอกกันเลยเพราะต้องการที่จะกลับมาอาบน้ำครั้งต่อไปก็ยังสามารถใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเดิมได้เรื่องพัสดุของคนสมัยนี้นั้นเป็นได้ทุกอย่างเลยจริงๆไม่ว่าจะไว้เช็ดตัวรวมถึงเช็ดหัวเช็ดแขนหรือขาก็ใช้ผ้าเช็ดตัวผืนเดียวนี้เช็คทุกที่ในร่างกายของเราแต่เชื่อไหมว่าหลายคนอาจจะไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลยก็คือเรื่องของความสกปรกหน้าที่พัสดุของเราจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค

เนื่องจากว่าพระเจ้าตัวนั้นเมื่อเราใช้ทำความสะอาดร่างกายแล้วมันก็จะเกิดความชื้น ซื้อข้าวความชื้นเองจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดีจริงๆแล้วการใช้ผ้าเช็ดตัวนั้นเราควรจะมีการเตรียมผ้าเช็ดตัวไว้จากการใช้หลายพื้นหน่อยเพราะอย่างที่บอกว่าเมื่อเราเช็ดตัวเรียบร้อยแล้วจ้า

ก็จะมีการซึมซับเอาน้ำไว้ซึ่งหากเราไม่นำผ้านั้นไปตากแดดเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียและทำให้ผ้าแห้งเร็วและทุเรียนที่มีอยู่ตามความชื้นเรื่องตามันจะมาสะสมอยู่ที่ผ้าหลังจากนั้นเมื่อเรานำผ้านั้นไปเช็ดทำความสะอาดร่างกายแบคทีเรียก็จะตามมาติดอยู่ที่ตัวของเราทำให้เราเป็นโรคผิวหนังได้เช่นเดียวกันเชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยพบปัญหาการเกิดโรคจากการใช้ผ้าเช็ดตัวที่มีความชื้น

เนื่องจากว่ามันจะเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคไม่ว่าจะเป็นแบคทีเรียเชื้อไวรัสหรือแม้แต่เชื้อราเองก็ตามการใช้ผ้าเช็ดตัวที่ดีนั้นเราควรจะมีการนำผ้าเช็ดตัวมาซักอาทิตย์ละ 1 ครั้งก็ยังดีเพื่อให้ผ้าเช็ดตัวของเรานั้นมีความสะอาด ไปในทางที่ดีแล้วเราควรจะมีผ้าเช็ดตัวไว้หลายผืนหน่อยเพื่อเอาไว้เปลี่ยนสลับกันระหว่างที่เรามีการนำผ้าเช็ดตัวผืนที่เปียกน้ำนั้นไปทำการซัก

และถึงแม้ว่าเราจะมีการทำความสะอาดผ้าเช็ดตัวของเราดีแล้วแต่ก็อาจจะทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นโรคติดต่ออย่างอื่นได้หากเรามีการใช้ผ้าเช็ดตัวของผู้อื่นดังนั้นเพื่อป้องกันการระบาดของโรคเราไม่ควรจะเอาเพราะเธอของคนอื่นมาใช้แล้วที่สำคัญเราควรจะหยุดยั้งเชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรีย

หรือแม้แต่เชื้อไวรัสที่อาจจะติดเสื้อผ้าของเราได้ดังนั้นเมื่อเราใช้ผ้าเช็ดตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วจึงควรนำไปตากแดดให้ผ้าแห้งก่อนจะนำมาเก็บหรือนำมาใช้อีกครั้งหนึ่งส่วนการซักผ้าเช็ดตัวนั้นควรใช้น้ำยาผงซักฟอกซักเพื่อที่จะได้ให้น้ำยาผงซักฟอกนำไปทำลายแหล่งของเชื้อโรคและทางที่ดีนั้นการซักผ้าเช็ดตัวกับเสื้อผ้าอื่นๆควรจะแยกออกจากกันเพราะจะได้ลดความเสี่ยงที่เชื้อโรคอาจจะติดกับผ้าตัวอื่นได้ 

 

สนับสนุนโดย  sagame ทดลอง

ประโยชน์ของหม้อทอดไร้น้ำมันที่หลายคนคงไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์มากแค่ไหน

หลังจากที่มีการระบาดของเชื้อไวรัสทำให้คนหลายคนเลือกที่จำเป็นที่จะต้องอยู่บ้านและส่วนใหญ่ต่างก็ขี้เกียจที่จะต้องทำอาหารกันเองโดยการใช้น้ำมันนู่นนี่ตลอดเวลา

นอกจากนั้นมันยังทำให้อ้วนอีกด้วยพ่อถึงการระบาดและจำเป็นที่จะต้องปรับตัวหม้อทอดไร้น้ำมันก็เป็นของที่โด่งดังที่แม้กระทั่งโลกออนไลน์ก็ยังนำมาขายกันที่ทั่วซึ่งหลายๆคนนั้นคงเลือกที่จะซื้อหม้อน้ำมันเขาไม่อยากอ้วนและเพื่อที่จะได้กินอะไรก็ได้โดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องกลัวว่าจะอ้วนและมีไขมันจริงๆแล้วก็ทอดไร้น้ำมันนั้นก็มีทั้งข้อเสียและข้อดีวันนี้เราจะมาพูดถึงว่ามันมันมีอะไรบ้างเดี๋ยวเราไปดูพร้อมกัน 

เดี๋ยว เราจะเริ่มจากข้อดีของหม้อทอดไร้น้ำมันกันก่อนดีกว่านะคะสำหรับข้อดีของหม้อทอดไร้น้ำมันนั้นบอกได้เลยว่ามันจะทำให้แคลอรี่ในอาหารที่เรากินนั้นลดลงเยอะมากซึ่งเมื่อเทียบกับการที่เรานำอาหารไปทอดกับกระทะธรรมดาที่มีน้ำมันรับรองว่ามันจะทำให้มีแคลอรี่สูงมากทำให้เราสามารถอ้วนได้จากการที่เราใช้การทอดโดยใช้อุปกรณ์หม้อทอดไร้น้ำมันมันจะดีต่อสุขภาพของเรามากกว่าค่ะ

นอกจากนั้นมันยังช่วยทำให้คนที่เราชอบกินของทอดที่มีแคลอรี่สูงๆอย่างเช่นพวกไก่ทอดมันจะช่วยทำให้คุณสามารถที่จะลดความอ้วนลงได้ถึงแม้ที่จะกินไก่ทอดเหมือนเดิมแต่มันก็จะช่วยลดแคลอรี่ลงทำให้คุณสามารถที่จะอ้วนได้น้อยลงมากขึ้นค่ะ นอกจากนั้นเมื่อเทียบเวลาในการทำอาหารให้สุขนั้นจะบอกได้เลยว่าปลาทอดไร้น้ำมันมีนั้นสามารถทำได้เร็วมากกว่าแต่ก็สามารถสุกได้อย่างทั่วถึงเลยล่ะค่ะ

นอกจากนั้นที่หม้อทอดไร้น้ำมันนี้โด่งดังมากขึ้นกว่าเดิมเนื่องจากแม่บ้านหลายๆคนที่เวลาทำกับข้าวนั้นจะโดนน้ำมันกระเด็นใส่จนเจ็บแสบไปทั้งตัวแต่เมื่อคืนใช้หม้อทอดไร้น้ำมันปัญหาพรุ่งนี้ก็จะหายไปเนื่องจากมันจะช่วยทำให้คุณไม่สามารถที่จะโดนน้ำมันกระเด็นได้ดังนั้นเราก็จะไม่เจ็บค่ะ 

และนี้ก็คือข้อดีของการใช้หม้อทอดน้ำมันค่ะ แต่ถึงแม้มันจะสะดวกมากแค่ไหนก็อย่าใช้บ่อยจนเกินไปนะคะเพราะมันอาจจะทำให้คุณดเสี่ยงเป็นมะเร็งได้ค่ะ ดังนั้นต้องเลือกใช้แค่เวลาจะทอดของที่น้ำมันกระเด็นเยอะมากมากเท่านั้นนะคะ และก็ขอให้ทุคนดูแลสุขภาพของตัวเองด้วยนะคะและระวังด้วยนะคะ ว่าจะติดหม้อทอดไร้น้ำมัน

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  โหลด bk8

การกินน้ำที่ถูกต้องในช่วงที่เรากินอาหาร

           สำหรับใครก็ตามที่กำลังจะกินอาหารนั้นจะต้องมีการกินน้ำให้ถูกต้องเพื่อที่ร่างกายของเรานั้นจะได้รับประโยชน์จากการรับประทานน้ำได้อย่างถูกวิธีซึ่งโดยปกติแล้วก่อนที่เราจะกินอาหารเข้าไปนั้นเราควรจะต้องมีการดื่มน้ำเข้าไปก่อนในประมาณซัก 1 แก้วเพื่อที่จะได้ทำให้ความอยากอาหารของเรานั้นลดน้อยลง

โดยเราควรจะกินน้ำก่อนการกินอาหารประมาณซัก 15 นาทีแต่อย่างไรก็ดีหลังจากที่เรากินอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วหลายคนมักจะมีการกินน้ำต่อจากการกินอาหารเลยซึ่งวิธีการนี้เป็นวิธีการที่ไม่ถูกต้องเป็นอย่างยิ่ง เพราะหลังจากที่เรากินอาหารเข้าไปมื้อใหญ่แล้ว ร่างกายของเราจะมีการทำงานหลายอย่างเกิดขึ้นหลังจากที่เรามีการกินอาหารเข้าไป

ซึ่งอย่างไรก็คือร่างกายของเราจะมีการย่อยอาหารซึ่งในขั้นตอนนี้เองกระเพาะอาหารจะต้องทำงานอย่างหนักในการย่อยอาหารของเรา ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีการย่อยอาหารนี้เองมีการดูดซึมวิตามินและสารอาหารต่างๆที่เรากินเข้าไปนำไปหล่อเลี้ยงร่างกายตามส่วนต่างๆได้ และส่วนที่เราไม่ต้องการนั้นก็จะถูกส่งต่อไปยังลำไส้เพื่อจะขับถ่ายเป็นของเสียออกจากร่างกายซึ่งขั้นตอนการดูดซึมสารอาหารในช่วงที่กระเพาะอาหารกำลังทำงานนี่เอง

หากเรามีการดื่มน้ำลงเข้าไป  น้ำที่เราดื่มเข้าไปนั้นมันจะไปทำการเจือจางน้ำย่อยและทำให้ปริมาณของ insulin เพิ่มสูงมากขึ้น ซึ่งถ้าหากว่าในร่างกายของเรานั้นมีปริมาณอินซูลินมากจนเกินไปจะทำให้กระเพาะอาหารของเรานั้นหยุดการทำงานหยุดระบบการย่อยอาหารลงซึ่งจะส่งผลให้เรานั้นเกิดอาการหน้ามืดและมีอาการท้องป่องโดยสาเหตุนี้จะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อาหารไม่ย่อยและทำให้เราปวดท้องท้องอืดได้

ดังนั้นขั้นตอนที่เป็นการดื่มน้ําที่ถูกวิธีนั้นเราสามารถดื่มน้ำในระหว่างที่เรามีการกินอาหารได้โดยเราสามารถที่จะดื่มแบบช้าๆและค่อยๆจิบทีละน้อยในระหว่างมื้ออาหารของเราได้นั่นเอง แต่ถ้าหากเราไม่ได้หิวน้ำมากนักในเมื่ออาหารนั้นเราก็ไม่จำเป็นต้องดื่มก็ได้สำหรับขั้นตอนที่ถูกต้องหลังจากการกินอาหารเสร็จแล้วนั้นหากเราจะดื่มน้ำจริงๆเราควรจะต้องมีการรอให้อาหารย่อยให้เสร็จเรียบร้อยก่อน

ซึ่งระยะเวลาในการย่อยนั้นจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมงหลังจากนั้นเราจึงสามารถที่จะดื่มน้ำตามเข้าไปได้ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้ร่างกายของเราได้รับสารอาหารจากการกินอาหารเข้าไปและไม่ทำให้ร่างกายของเราเกิดอันตรายจากการที่ทำให้ insulin มีปริมาณสูงขึ้นด้วย และสิ่งที่สำคัญที่สุดของการดื่มน้ำในช่วยที่เรามีการทานอาหารนั้น

เราไม่ควรกินน้ำเย็นหลังจากที่เรากินอาหารเพราะการดื่มน้ำเย็นเข้าไปนั้นจะทำให้หลอดเลือดของเราค้นตัวและมันจะไม่มีผลกระทบต่อการย่อยอาหารของเราดังนั้นหากเรารับประทานอาหารเราจึงควรกินน้ำที่อุณหภูมิห้องปกติทานการกินน้ำเย็นจะมีผลประโยชน์กับเรามากที่สุด

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  bk8 ฝากเงิน

พฤติกรรมการกินสำหรับคนมีความเครียด

       สำหรับคนที่เกิดภาวะความตึงเครียดนั้นจะส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจและส่งผลกระทบกับสภาพร่างกายของคนที่เครียดได้เป็นอย่างมาก ซึ่งบางครั้งคนที่เครียดเองก็อาจจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าผลกระทบจะมีมากมายได้ขนาดนี้ และคุณรู้หรือไม่ว่าเวลาที่คนเราเครียดนั้นมันจะส่งผลต่อพฤติกรรมการกินอาหารของคนเราด้วย รวมไปถึงเรื่องของการนอนหลับพักผ่อนอีกด้วย

         เชื่อว่าทุกคนคงย่อมเคยมีความเครียดด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นความเครียดเรื่องการเรียน หรือความเครียดเรื่องงาน และความเครียดเรื่องครอบครัวและแม้แต่ความเครียดเรื่องของความรัก และยังมีอะไรอีกมากมายที่จะทำให้คนเรามีความเครียดกันได้และเมื่อมีความเครียดความอยากอาหารของเราก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งบางคนเมื่อเกิดมีอาการเครียดแล้วมักจะกินข้าวไม่ลง

แต่บางคนเมื่อมีความเครียดก็มักจะต้องการคลายเครียดด้วยการหาของกิน จนเรียกได้ว่ากินเท่าไหร่ก็ไม่พอ หากใครก็ตามที่มีความเครียดสะสมเรื้อรังมานาน ความเครียดเหล่านี้จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการทำให้เราอยากกินอาหารน้อยลงด้วย นอกจากที่จะมีผลต่อร่างกายของเรา  เช่นการปวดหัวไม่เกรน  และร่างกายของเราจะมีความตึงเครียด กล้ามเนื้อเมื่อยล้า และทำให้ท้องอืดเหมือนอาหารไม่ย่อย

รู้สึกเพลียแต่ก็นอนไม่เหลับ บางคนจะไม่มีอารมณ์ทางเพศ แถมยังมีอาการหลงหลงลืมลืมได้อีกต่างหาก  ส่วนความเครียดอีกแบบที่เป็นความเครียดไม่เรื้อรังนั้นมักจะส่งผลกระทบเฉพาะทางด้านจิตใจเท่านั้น ส่วนทางด้านร่างกายนั้น ไม่มีได้รับผลกระทบมากนัก ความเครียดแบบนี้ได้แก่ คนที่อกหัก 

หรือไม่ก็ผิดหวังเพราะไม่ถูกหวย  บางครั้งก็แค่รู้สึกเซ็งเซ็งในเรื่องที่ไม่เป็นไร ความเครียดเหล่านี้ใช้เวลาไม่นานก็จะหายไปเอง ซึ่งความเครียดลักษณะนี้ ร่างกายจะมีการหลั่งฮอร์โมนที่ทำให้เราหิว ทำให้เรามักจะหันไปหาของกิน โดยจะเน้นการกินของหวานเพื่อเป็นการระบายความเครียด เช่นการกิน ไอศกรีม หรือเค้ก  หรือบางครั้งก็อยากจะกินของทอด หรือของปิ้งย่าง 

      สำหรับการที่เราต้องการที่จะลดความเครียดของเรานั้น เราควรหันมาออกกำลังกาย หรือหาสิ่งที่เราชอบทำ เช่น การดูซี่รี่ย์  หรือแม้แต่การออกไปทำกิจกรรมกับเพื่อนเพื่อน 

สิ่งที่เราทำแล้วทำให้เราเกิดวามสบายจะช่วยให้เราลืมเรื่องที่เรากำลังคิดอยู่ซึ่งเรื่องที่เรากำลังคิดอาจจะเป็นเรื่องที่ทำให้เราเครียดอยู่ก็ได้ และควรจะหันมากินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แม้ว่าตอนที่เราเครียดนั้นเราจะอยากกินอาหารหรือไม่ก็ตามแต่เราก็ต้องกิน ซึ่งควรกินอาหารคลีน หรือพวกผักผลไม้ จะทำให้ร่ายกายของเราดีขึ้น

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย  rb88

การสั่งอาหารให้ไม่ติดเชื้อไวรัสโคโรน่า

สำหรับช่วงนี้มีหลายคนที่สั่งอาหารจากพนักงานและการทำอย่างนี้จะทำให้มีการเสี่ยงที่จะติดไวรัสที่กำลังระบาทไปทั่วไม่ว่าจะแม่ค้า พนักงานส่งอาหาร และคนรับของ ซึ้งวันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการสั่งอาหารทีคุณจะสามารถสั่งได้โดยลดเสี่ยงติดไวรัสมากขึ้น เดี๋ยวเรามาดูไปพร้อมๆกันเลยค่ะว่าวิธีทีจะช่วยทำให้เสี่ยงเป็นไวรัสโคโรน่าน้อยลง มาดูกันเลยค่ะ

สำหรับวิธีเรียกนั้นก็คือ จำเป็นที่จะต้องทานอาหารที่สุก ช่วงนี้ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ยังไม่สุกยกตัวอย่างเช่น สูชิค่ะ 

สำหรับใครที่สั่งของมาแล้วนั้นควรจ้ะองดูด้วยว่าทางร้านห่อของมาดีหรือเปล่าและถาชนะที่ใส่ของสกปรกหรือไม่เพราะถ้าสกปรกก็มีความเสี่ยงที่จะมีเชื้อโรคเกาะติดอยู่ที่ภาชนะใส่อาหารก็เป็นได้ ดังนั้นก็ควรระวังและสังเกตให้ดีๆด้วยนะคะ

ต่อมาเราจะมาพูดถึงสำหรับคนที่ทำงานเป็นพนักงานส่งอาหารกันค่ะว่าควรจะต้องทำอย่างไรบ้าง

สำหรับคนที่เป็นพนักงานส่งอาหารคุณจำเป็นที่จะต้องใส่หน้ากากตลอดเวลาตั้งแต่ออกจากบ้านไปจนถึงกลับบ้านเลยค่ะซึ้งถ้าเราใส่หน้ากากตลอดเวลานั้นก็จะช่วยทำให้เราลดการเสี่ยงน้อยลงขึ้นเยอะเลยล่ะค่ะ ซึ้งถึงแม้ว่าการที่เราจำเป็นที่จะต้องใส่หน้ากากนั้นมันจะอึดอัดเพราะหน้าเราจะมีเหงื่อแต่เราก็จำเป็นที่จะต้องทนถ้าไม่ต้องการให้ตัวเองติดเชื้อไวรัสและข้อนี้นั้นควรที่เป็นพ่อค้าและคนที่สั่งอาหารก็ต้องควรที่จะทำตามด้วยเช่นกันค่ะ

ส่วนอีกอย่างเลยก็คือควรจะหาข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้าด้วยนะคะว่าเธอเป็นคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงติดเชื้อหรือเปล่าๆไม่งั้นเวลาที่คุณจะไปส่งของให้สังเกตว่าลูกค้าของคุณนั้นมีอาการไอ หรือมึนหัวหรือเปล่าเพราะถ้าเป็นอย่างนั้นแปลว่าเธอคนนั้นอาจจะติดเชื้อค่ะ 

ต่อมาเลยนั้นก็คือ คุณควรที่จะเลือกที่จะหลีกเลี่ยงการออกนอกบ้านเองเพราะว่าเราไม่อาจจะรู้ได้ว่าใครบ้างรอบตัวเราป่วยและติดเชื้อไวรัสและนอกจากนั้นถ้าให้ดีเลยเราก็ควรที่จะทำการซื้อเจลล้างมือไว้เป็นของตัวเองเก็บไว้เพื่อที่จะได้นำมาใช้ได้และเวลาที่เราออกไปที่ตลาดสดนั้นก็ให้เราซื้อถุงมือมาใส่เวลาที่เลือกซื้อของเพื่อที่จะได้ป้องกันไว้เพื่อว่าถ้ามีคนที่ติดเชื้อไวรัสแล้วไม่รู้ตัวและมาซื้อของที่ตลาดและหยิบจับของแต่ก็ไม่ได้ซื้อกลับไปและเมื่อมีคนอื่นมาจับก็อาจจะติดไปด้วยค่ะ

 

สนับสนุนโดย  bk8 john terry

ทั่วโลกผวาโควิดระบาดรอบสอง

ทั่วโลกผวาโควิดระบาดรอบสอง หลังประเทศเยอรมนีติดเชื้อพุ่งอีกครั้ง

หลังจากภาวะวิกฤติไข้ไวรัสที่ระบาดไปทั่วโลกนั้น ปัจจุบันบางประเทศก็สามารถป้องกันการแพร่ระบาดได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่บางประเทศก็ยังคงต้องหามาตรการแก้ไขกันต่อไป ซึ่งหากมองกันในฝั่งยุโรป ที่ถือว่าได้รับผลกระทบกันค่อนข้างสาหัสนั้น ประเทศเยอรมัน เป็นประเทศที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปที่ประสบความสำเร็จ

ในการหยุดยั้งการระบาดของไวรัส จากโครงการตรวจหาเชื้อในวงกว้างทำให้เยอรมันเริ่มเปิดร้านค้าและโรงงานต่างๆ ได้ก่อนประเทศเพื่อนบ้านอีกครั้งอย่างค่อยเป็นค่อยไป แต่หลังจากมีรายงานข่าวออกมาว่า อัตราการติดเชื้อในหมู่ประชาชนกลับมาเพิ่มสูงขึ้น

จึงทำให้เริ่มมีการกังวลกันถึงการเปิดธุรกิจต่างๆครั้งใหม่ในหลายๆ ประเทศ โดยทางนายกรัฐมนตรี ประเทศเยอรมันได้กล่าวว่า สถานการณ์ของประชาชนยังคงต้องปฏิบัติตามกฎพื้นฐานต่างๆ ทั้งการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากอนามัย และมาตรการอื่นๆ อย่างเคร่งครัดเหมือนเดิม ส่วนประเทศอื่นๆ

ในยุโรปทั้งสเปนและฝรั่งเศส ได้เริ่มขั้นตอนใหม่ที่สำคัญในการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์ที่เข้มงวดแล้วในกรุงปารีสของฝรั่งเศส และการจราจรเริ่มกลับมาหนาแน่นอีกครั้ง ในส่วนของถนนฌองเอลิเซ่ เริ่มมีร้านเปิดให้บริการกันแล้ว และขณะที่ประเทศอังกฤษซึ่งมีผู้เสียชีวิตจากไวรัสสูงเป็นอันดับสองของโลกรองจากประเทศสหรัฐ

ก็ได้เปิดเผยแผนการปลดล็อคดาวน์อย่างระมัดระวังเช่นกัน แต่ในอเมริกา ซึ่งครองสถิติสูงสุงของผู้ติดเชื้อและเสียชิวิตจากไวรัสมากที่สุดในโลกนั้นกลับเร่งการเปิดประเทศเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยไม่สนใจคำแนะนำต่างๆของบรรดาผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขที่ให้ผ่อนคลายมาตรการอย่างระมัดระวัง

เพื่อหลีกเลี่ยการกลับมาระบาดระลอกสองของไวรัสโควิด ซึ่งได้คร่าชีวิตชาวอเมริกันไปแล้วมากกว่า 80,000 คน และติดเชื้ออีกมากกว่า 1.3 ล้านคน ซึ่งในหลายรัฐที่มีการระบาดอย่างรุนแรง ซึ่งทางพรรคฝ่ายค้านก็ได้ออกมาคัดค้านการเร่งเปิดประเทศนี้ของผู้นำอเมริกา ที่หวังเรื่องผลประโยชน์ทางการเมืองโดยไม่สนใจความปลอดภัยของประชาชน และสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้คนอเมริกันต้องล้มตายกันอีกเป็นจำนวนมาก

ซึ่งทั่วโลกคงต้องเฝ้าจับตาดูความเคลื่อนไหวของประเทศที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป เพราะถือว่าแต่ละประเทศที่กล่าวมานั้น ได้รับผลกระทบของการแพร่ระบาดกันอย่างรุนแรงเกือบทุกประเทศทั้งในด้านของชีวิตมนุษย์ ความเป็นอยู่ สุขภาพ และสภาพเศรษฐกิจที่ถือว่าค่อนหนักหนาสาหัสกันพอสมควร

หากเร่งคลายมาตรการกันเกินไปนั้น ความเป็นห่วงของผู้เชี่ยวชาญรวมถึงคำเตือนการแพร่ระบาดระลอกสอง อาจจะทำให้สถานการณ์หนักหนาและรุนแรงกว่าเดิมจนยากจะเกินเยียวยาก็เป็นได้ เพราะถ้าเกิดขึ้นอีกครั้ง คงต้องพังพินาศกันแน่นอน

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 mobile

เราจะรู้ได้อย่างไรว่ากำลังเป็นโรคเบาหวาน

สำหรับโรคเบาหวานนั้นสามารถที่จะพบได้บ่อยมากแค่ไหนซึ่งก็อาจจะมี100คนที่จะพบเจอคนที่เป็นโรคเบาหวานจำนวน10คนซึ่งตองบอกเลยว่ามันค่อนข้างที่จะเยอะมากๆและมันเป็นอันตรายเพราะอะไรคุณรู้กันหรือไม่ซึ่งในทุกๆ10วินาทีมันก็จะมีอยู่1คนที่จะตาย

สำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวานมันอาจจะฟังดูแล้วมันน่ากลัวมากเลยใช่หรือไม่นับ1-10ก็จะมีตายแล้วประมาณ1คนสำหรับโรคเบาหวานเพราะฉะนั้นเบาหวานจึงได้เป็นประเด็ดที่ดูน่ากลัวแต่กลับไม่มีผู้คนที่จะเข้ามาสนใจและก็ไม่ค่อนที่จะมีความกังวลไปกับเขามากและนั่นก็เป็นเหตุผลเพราะว่าเบาหวานนั้นในช่วงตอนที่เรานั้น

ได้มีการเริ่มที่จะเป็นใหม่ๆซึ่งโรคเบาหวานนั้นมันจะไม่มีอาหาร พอมันไม่มีอาการใดมันก็ทำให้คนเรานั้นเกิดความไม่กลัวพอเราไม่กลัวมันก็เลยทำให้เรานั้นไม่ค่อยจะดูแลและนี่มันก็ได้เป็นความน่ากลัวอีกอย่างหนึ่งของโรคเบาหวานและเราจะมาพูดให้ฟังเรื่องของอาการเวลาที่คนเรานั้นได้มีน้ำตาลในเลือดที่สูงขึ้น

พอน้ำตาลในเลือดของเรานั้นสูงขึ้นน้ำตาลมันก็จะทำการขับออกซึ่งมัมนจะขับออกมาจากท่อทางเดินปัสสาวะน้ำตาลโดยฉีดออกไปในทางเดินปัสสาวะซึ่งน้ำตาลนั้นมันได้นำเอาน้ำที่มันอยู่ในร่างกายของคนเรานั้นเอาออกไปด้วยเพราะฉะนั้นโรคเบาหวานในอาการเริ่มแรกเลยที่ได้เข้ามาหาหมอ มันก็จะเป็นอาการ ปัสสาวะบ่อยซึ่งในบางคนก็ได้ปัสสาวะบ่อยมากบางคนก็ปัสสาวะ1/2ชั่วโมงต่อหนึ่งครั้งในการปัสสาวะพอเรานั้นปัสสาวะบ่อยแล้วจากนั้นมันก็จะทำให้ร่ากายของเรานั้นขาดน้ำ

พอขาดน้ำเราก็จะต้องดื่มน้ำเข้าไปเยอะและโรคเบาหวานนั้นมันก็จะมาในเรื่องของการที่ปัสสาวะบ่อยและก็หิวน้ำจริงๆแล้วที่คนบอกว่าหิวน้ำกินน้ำบ่อยแท้ที่จริงแล้วมันไม่ใช่เลยสำหรับในคนไข้ที่ได้เป็นโรคเบาหวานนั้นเริ่มต้นก็จะเริ่มจากการปัสสาวะบ่อยก่อนพอปัสสาวะบ่อยจึงทำให้ร่างกายขาดน้ำและหิวน้ำ และ อาการต่อมา สำหรับคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ปัสสาวะบ่อยหิวน้ำเยอะ

เซลล์เนื่องจากว่าเขาเซลล์นั้นจะมีน้ำตาลในเลือดเยอะมากก็จริงแต่ก็ไม่สามารถที่จะเอาน้ำตาลในเลือดนั้นไปใช้ได้จริงเพราะฉะนั้นร่างกายของคนๆนั้นก็จะอ่อนแอและก็มีความรู้สึกหิวและก็พอว่าเหมือนกับร่างกายนั้นมันไม่มีพลังงานที่เพียงพอทั้งๆที่น้ำตาลนั้นเกินแต่เซลล์ไม่รับรู้ด้วยมันก็เลยรู้สึกเหมือนว่าพลังงานมันไม่พอเพราะฉะนั้นคนที่เป็นโรคเบาหวานก็จะหิวบ่อย

 

สนับสนุนโดย  bk8

ปลดล็อกดาวน์แค่ไม่กี่วัน เกากลีใต้พบผู้ป่วยไวรัสเพิ่ม 15 คน

          มีรายงานข่าวจากทางประเทศเกาหลีใต้เกี่ยวกับสถานการณ์การควบคุมการระบาดของไวรัสโคโรนาว่าก่อนหน้านี้ทางเกาหลีใต้ได้สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้วโดยไม่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทางการเกาหลีใต้จึงได้มีการปลดล็อคดาวประเทศ

เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆเปิดให้บริการเหมือนเดิมซึ่งหลังจากที่มีการล็อคดาวน์ปรากฏว่าสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโคโรน่ากลับเพิ่มเข้ามาอีกครั้งหนึ่งจึงทำให้ หลายคนกลัวกันว่าการกลับมาของเชื้อไวรัสโคโรน่ารอบ 2 นี้อาจจะทำให้มีผู้ติดเชื้อมากขึ้นกว่ารอบแรกจากที่ผ่านมา

      สำหรับเหตุการณ์ที่ทำให้เชื่อได้ว่าไวรัสโคโรน่าจะกลับมารอบ 2 ในประเทศเกาหลีใต้นั้นเนื่องจากว่ามีรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อเข้ามาจำนวน 15 คนหลังจากที่ทางการเกาหลีใต้ได้มีการเปิดให้บริษัทร้านค้าหรือผักต่างๆแต่บริการตามปกติซึ่งสถานการณ์เกิดขึ้นเมื่อมีชายหนุ่มคนหนึ่งวัย 29 ปี

เขาได้เดินทางไปเที่ยวที่ผับแถวอิเทวอนเป็นสถานที่ชื่อดังที่มีร้านอาหารและผักเป็นจำนวนมากโดยสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณนี้มักจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปท่องเที่ยวคืนละไม่ต่ำกว่า 1,500 คนถึง 2,000 คนโดยมีรายงานข่าวแจ้งว่ามีผู้ป่วยเดินทางไปที่ผับแห่งนี้ในช่วง วันที่ 1 ถึงวันที่ 3 เดือนพฤษภาคมหลังจากที่มีการปลดล็อคดาวน์ หลังจากนั้นก็พบว่าตนเองนั้นมีไข้และมีอาการใกล้เคียงกับการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ชายวัยะ29 ปี

จึงได้เดินทางไปตรวจหาเชื้อไวรัสที่โรงพยาบาลและผลปรากฏว่าเขามีเชื้อไวรัสโคโรน่าโดยทราบเรื่องเมื่อวันที่ 5 เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากที่มีการตรวจพบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสกรุณาทางการก็มีการย้อนไทม์ไลน์ว่าเขาเดินทางไปที่ไหนและติดต่อกับใครบ้างซึ่งจากการประเมินแบบคร่าวๆพบว่าเขามีการติดต่อพูดคุยกับผู้คนหลากหลายมากมายถึง 1,500 คนและที่สำคัญในวันที่ 1 ถึงวันที่ 3 เดือนพฤษภาคม

เขาได้ไปเที่ยวที่สถานบันเทิงแถวอีแทวอนสวยแค่เพียง 3 วันเท่านั้นเพราะเที่ยวไปถึงห้าผับด้วยกันทำให้ทางการต้องมีการประกาศหาคนที่ไปเที่ยวผับในช่วงเวลาดังกล่าวและประกาศให้คนที่อาจจะเคยใกล้ชิดกับชายวัย 29 ปีคนนี้มาทำการตรวจหาเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งผลปรากฏว่ามีประมาณ 58 คน

ที่เดินทางมาตรวจแล้วและพบว่าประมาณ 14 คนติดเชื้อไวรัสโคโรน่าเรียบร้อยแล้ว และยังมีเหลืออีกหลายคนที่ยังไม่มาทำการตรวจหาเชื้อดังนั้นจึงได้มีการประกาศผ่านสื่อออกไปกินช่วงเวลาที่ชายคนดังกล่าวเดินทางไปที่ไหนบ้างเพื่อให้คนที่เกี่ยวข้องหรือคนที่เคยพูดคุยติดต่อกับชายวัย 29 ปี

คนนี้ให้กับตนเองอยู่ที่บ้านเป็นระยะเวลา 14 วันเพื่อดูอาการว่าจะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือไม่รวมถึงบริษัทที่ชายคนนี้ทำงานอยู่ก็ต้องมีการปิดทำการชั่วคราวไปก่อนเพื่อให้พนักงานทุกคนได้มีการกักตนเองเพื่อเปิดสภาพร่างกายว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าหรือไม่

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8thai

หลีกเลี่ยงที่จะทำสิ่งต่อไปนี้จะทำให้ร่างกายของเราไม่ป่วยง่าย

             กิจกรรมที่เราทำในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการกิน การเที่ยว จะมีผลต่อสุขภาพร่างกายของเราทั้งสิ้น ไม่ว่าเราจะกินอะไรและปริมาณมากน้อยแค่ไหน จะส่งผลต่อการสุขภาพร่างกายของเราว่าจะแข็งแรงหรือเจ็บป่วยก็ได้  ดังนั้นหากเราต้องการให้สุขภาพแข็งแรงเราควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะทำต่อไปนี้

  1. อย่าปล่อยให้ตัวเองมีน้ำหนักมากเกินไป สำหรับคนที่น้ำหนักเยอะจะส่งผลเสียต่อร่างกายเพราะจะป่วยได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน หรือแม้แต่โรคที่เกี่ยวกับกระดูก เพราะหากอ้วนมากกระดูกอาจจะรับน้ำหนักไม่ไหว ซึ่งหากเรามีน้ำหนักมากภูมิต้านทานของโรคภัยของร่างกายของเราจะลดน้อยลงด้วยเช่นกัน
  2. อย่าปล่อยให้ตัวเองเครียดมาก  ปัจจุบันคนเรามักจะมีความเครียดเกิดขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งความเครียดนั้นอาจจะมากงานที่ทำหรือแม้แต่ปัญหาส่วนตัว และเมื่อมีการสะสมความเครียดต่อไปเรื่อยเรื่อยจะส่งผลให้ภูมิต้านทานทั้งทางด้านจิตใจและร่างกายลดลง ซึ่งในครั้งแรกเราอาจจะป่วยเป็นไข้ธรรมดา แต่หากความเครียดยังไม่หายไป สะสมนานวันเข้าก็จะกลายเป็นโรคซึมเศร้า และจะส่งผลให้มีการฆ่าตัวตายหรือบางคนกลายเป็นบ้าไปเลย
  3. อย่าปล่อยให้โพรงจมูกแห้ง เพราะการที่โพรงจมูกของเราแห้งจนเกินไปจะส่งผลให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายของเราได้ง่าย ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องมีการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับโพรงจมูกของเราด้วย ซึ่งเราสามารถขอคำปรึกษาจากแพทย์ได้ 
  4. อย่านอนน้อย เพราะการที่เรานอนน้อยทำให้ร่างกายของเราล้า  ภูมิคุ้มกันในร่างกายของเราก็จะลดน้อยลงไปด้วยและจะส่งผลให้เราป่วยได้ง่าย โดยเฉพาะการเป็นไข้หวัดจะเป็นได้ง่ายมาก  ดังนั้นเราจึงต้องมีการพักผ่อนให้เพียงพอกับที่ร่างกายต้องการ การนอนดึกเป็นระยะเวลาหลายวันติดต่อกันจะทำให้ร่างกายของเราทรุดโทรมและแก่เร็วอีกด้วย
  5. อย่ากินอาหารฟาสฟู๊ด อาหารที่ไม่ค่อยมีประโยชน์เยอะมากนัก เพราะจะส่งผลให้เราเป็นโรคได้ง่าย อย่างเช่นโรคอ้วน  ซึ่งเมื่อเราเป็นโรคอ้วน เราจะมีโรคอื่นอื่นตามมาอีกมากมาย สุขภาพเขาเราจะไม่ดีทันที ภูมิคุ้มกันที่เคยมีก็จะลดลง

นี่เป็นเพียงแค่บางส่วนเท่านั้นที่เราไม่ควรทำ หากเรายังต้องการให้ร่างกายของเราแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานี้เป็นความรู้พื้นฐานที่ทุกคนรู้กันดีอยู่แล้วว่าหากทำไปแล้วจะไม่ส่งผลดีต่อร่างกายของตัวเอง แต่ก็ยังคงทำกันอยู่ ซึ่งบางคนอาจจะทำด้วยความเคยชิน ดังนั้นเราควรที่จะมีการดูแลตัวเองให้ดีและควรหลีกเลี่ยงการกระทำทีได้กล่าวมาแล้วในขั้นต้นนี้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  ทางเข้า bk8

การดูแลสุขภาพของดวงตา

ดวงตาของเรานั้นถือได้ว่าเป็นความสำคัญมากต่อชีวิตของคนเรา เพราะดวงตาคืออวัยวะอย่างหนึ่งที่เรานั้นใช้งานมันด้วยการนำไปมองสิ่งต่างๆที่อยู่รอบตัวเรา นอกจากนั้นดวงตายังสามารถที่จะทำให้เราใช้ชีวิตง่ายขึ้น ซึ่งถ้าหากว่าเราไม่มีตาทั้ง 2 คู่นี้ นึกภาพไม่ออกเลยว่าเราจะใช้ชีวิตอย่างไรหรือมันคงจะลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันของเราน่าดู

ทำให้เราจะต้องหันมาสนใจดูแลรักษาดวงตาของเรามากขึ้น เพราะมันคือเรื่องที่สำคัญมาก เพราะถ้าหากไม่มีดวงตาทั้ง 2 คู่ของเรานี้แล้วคุณต้องคิดไม่ออกแน่เลยว่าคุณจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไรอย่างนั้นเท่ากับว่าดวงตาของเราสำคัญต่อเราเป็นอย่างยิ่ง

อย่างน้อยก็ควรที่จะเข้าใจและมีความตระหนักเกี่ยวกับดวงตาของคุณว่ามีความสำคัญกับคุณมากเพียงใด เพราะถ้าหากคุณตระหนักแล้วคุณจะเข้าใจดีว่าดวงตาของเรานั้นสำคัญกับเราอย่างไรและคุณจะดูแลมันมากกว่าที่เคยดูแลนอกจากนั้นเขายังจะถนอมและบำรุงมันอย่างที่คุณไม่เคยคิดที่จะทำ ซึ่งวันนี้เราจะมาบอกวิธีการดูแลรักษาเบื้องต้นเกี่ยวกับดวงตาของเราให้ฟังกันว่ามีอะไรบ้าง

การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ

การนอนพักผ่อนอย่างที่เราทราบกันดีว่ามันเป็นการทำให้ร่างกายของเราได้พักซึ่งระบบภายในต่างๆของร่างกายของเราก็จะได้พักไปด้วยและมันยังเป็นการชาร์จพลังงานให้กับร่างกายของเราแต่คุณรู้ไหมว่านอกจากนั้นแล้วมันยังเป็นการพักผ่อนสายตาของคุณได้ดีอีกด้วยซึ่งเวลาเรานั่นแหละที่จะทำให้ดวงตาของคุณนั้นได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และถือได้ว่าเป็นการชาร์จแบตแห่งดวงตาของคุณอีกด้วยนะ

จะเห็นได้ว่าแค่คุณหลับตาเป็นระยะเวลาสักพักหนึ่งหรือนอนหลับในยามค่ำคืนนั้นก็เท่ากับว่าเป็นการทำให้ดวงตาของคุณได้พักผ่อนไปด้วยและนี้ก็คือวิธีการดูแลดวงตาอย่างง่ายสุดและคุณควรจะดูแลโดยมีการพักผ่อนให้เพียงพอนั่นเท่ากับว่าดวงตาของคุณก็จะได้พักผ่อนที่เพียงพออีกด้วย ซึ่งถ้าหากคุณตื่นขึ้นมาในยามเช้านั่นเท่ากับว่าคุณได้ทำการรีเซ็ตดวงตาของคุณในวันเช้ารุ่งขึ้นทุกๆวัน เท่ากับว่าจะทำให้ดวงตาของคุณพร้อมเผชิญกับสิ่งต่างๆใหม่ๆไปกับคุณในทุกๆที่ อย่างมีประสิทธิ์ภาพเต็ม

สำหรับผู้ที่ไม่สามารถที่จะนอนพักผ่อนได้หรืออาจจะมีการนอนน้อยนั้น คุณสามารถทำได้อีกวิธีหนึ่งนั่นคือใช้ผ้าขนหนู นำไปชุบด้วยน้ำอุ่นเน้นว่าน้ำอุ่นเพียงเท่านั้น แล้วนำมาประกบกับดวงตาของคุณ ทำการทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที ซึ่งวิธีนี้มันเป็นการช่วยทำให้ดวงตาของคุณนั้น ลดอาการเหนื่อยล้าที่เกิดจากการใช้งานหนักจนตาของคุณในแต่ละวันได้ ซึ่งถ้าหากคุณมีการจ้องอะไรที่นานจนเกินไปสามารถทำได้ด้วยวิธีนี้หรือนอนพักผ่อนให้เพียงพอเพียงเท่านี้ก็สามารถรักษาดวงตาของคุณให้อยู่กับคุณได้อย่างยาวนาน

 

สนับสนุนโดย  next88 ทางเข้า